คนธรรมดา

posted on 03 Dec 2009 01:57 by remember-sc  in feel

 

"ที่สุดของความรักคือรักโดยไม่ครอบครอง

ที่สุดของการให้คือให้โดยไม่หวังผล

ที่สุดของทานคืออภัยทาน

ที่สุดของคนคือการเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข"

Credit By : ท่าน ว.วชิรเมธี

ฉันอ่านเจอบทความนี้

ของท่าน ว.วชิรเมธีจากแมกกาซีนเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง

อ่านแล้วก็รู้สึกชอบ และรู้สึกว่าใช่

วันนี้ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างที่ท่าน ว. วชิรเมธีกล่าวมันถูกที่สุด

 

วัยวันผ่าน ความคิดเเปลี่ยน

 

จากครั้งหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมา

ฉันเคยมีความรัก ที่ต้องการแต่จะครอบครอง เป็นเจ้าของ

ฉันเคยเป็นคนที่ถ้าให้  ฉันต้องได้อะไรกลับมาบ้าง

ฉันเคยเป็นคนที่ให้อภัยคนยาก

หลายอย่างในชีวิต ในความนึกคิด  มีแต่เรื่องเหลวไหล

คิดทุกอย่างแต่ในแง่ลบไปเสียหมด

มองโลกนี้เป็นสีดำ  ของโลกในแง่ร้าย

...

แต่วันหนึ่ง  ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป

และได้กลับมาทบทวนตัวเอง

ที่สุดก็เป็นเพราะตัวฉันเอง

..

..

เป็นคนบอกให้เขาออกไปจากชีวิตฉัน

เป็นคนพูดคำว่าเลิกรากับเขาไม่รู้กี่ร้อยครั้ง

แต่ทุกครั้งเขาก็จะกลับมา

จนครั้งสุดท้ายเมื่อธันวา ปีก่อน

คำเลิกราจากปากฉัน

ก็เป็นคำสุดท้ายที่ฉันได้เอ่ยออกไป

เพราะครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่เขาไม่คิดกลับมาเหมือนครั้งไหน ๆ

เขาจากไปจริง ๆ โดยที่ไม่เคยหันกลับมาทางที่ฉันยืนอยู่อีกเลย

...

ฉันว่างเปล่า ร้างไร้  หัวใจด้านชาความรู้สึก

และไม่อยากรักใครอีก

ถอยห่างออกจากความรู้สึก "รัก"

ใช้เวลาหมดไปกับการทำงาน  อยู่กับโดดเดี่ยว

เลือกที่จะอยู่คนเดียว ไม่อยากวุ่นวายกับสิ่งใด

..

วันนี้ ... ความคิดหลายอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ฉันได้รู้จักกับความรัก  ที่ไม่ต้องการครอบครอง

รักที่ปราศจากความต้องการใด ๆ

ฉันได้รู้จักการให้  โดยที่ไม่อยากได้สิ่งใดกลับคืนมา

ใครบางคนบอกฉันว่า

ยิ่งให้  ยิ่งได้รับ

ทุกวันนี้ ฉันถึงมีความสุขกับการได้ให้

ให้ในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่มี

ให้ในสิ่งที่คนอื่นกำลังลำบาก  อย่างไม่เคยรีรอ

ให้โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอ

แต่ฉันรู้ว่าเขาต้องการ

 

ฉันโทร.ไปหาเพื่อนบางคนที่ฉันเคยโกรธกัน เคยเกลียดกัน

ไม่พูดกันมานานหลายปี

ให้เราอโหสิให้แก่กัน  ยกโทษให้กัน

ฉัน อภัย ให้กับทุกความผิดที่เคยมีมาให้ฉัน

 

วันที่ฉัน "อภัย" ให้กับคนที่ฉันคิดว่า

จะไม่มีวันยกโทษให้

เป็นวันที่หัวใจ ฉันโล่งยิ่งกว่ายกภูเขาออกจากอก

ฉันยิ้มให้กับตัวเอง

ฉันขอบคุณความรู้สึกของตัวเอง

ที่ชนะใจตัวเองได้ในที่สุด

 

การให้อภัย  พระท่านบอกว่า 

เป็นการให้  ที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้บุญที่สุด

ฉันขอบุญบารมี จงดลบันดาลให้ฉันตั้งมั่น อยู่ในความดี

ไปอีกนับนานเท่านานเถอะนะ

 

อย่าให้ฉันโกรธ  เกลียด และไม่ยอมให้อภัยใครอีกเลย

 

ฉันตั้งจิตภาวนาทุกครั้งหลังจากไหว้พระสวดมนต์เสร็จ

ว่า ขอให้ตัวเอง ตั้งมั่นอยู่ในความดี 

นึกถึงผู้อื่นก่อนนึกถึงตัวเอง

มองความทุกข์ยากของผู้อื่นอย่างมีเมตตาจิต

....

ฉันทำได้แล้ว

ทุกวันนี้ ฉันทำได้แล้ว 

บางที..ฉันว่า การที่เราได้เจอคนดี ๆ จิตใจดี ๆ

ก็ส่งผลให้เราอยากทำความดี

อยากให้ชีวิตมีแต่สิ่งดี ๆ

..

..

 

 

      

  แม่คะ..

หนูขอบคุณที่มีแม่เข้ามาในชีวิตหนู

แม่ทำให้หนูมีกำลังใจทุก ๆ อย่าง

ทุกคำพูดที่แม่สอนหนู

ทุกคำพูดที่แม่ให้กำลังใจหนู  หนูจะจดจำ และ ทำตาม

หนูขอบคุณที่แม่เข้าใจหนู

..

ถึงแม้วันนี้หรือวันต่อ ๆ  ไป  น้องจะไม่กลับมา และ ไม่ยกโทษให้หนูอีก

หนูก็จะอดทน และอยู่กับวันนี้ให้ได้

ขอบคุณที่แม่ยังอยู่ข้าง  ๆ  หนูเสมอค่ะ

ทั้งวันที่หนู่ไม่สบายทางกาย และ ไม่สบายทางใจ

ขอบคุณความห่วงใยที่แม่มีให้ตลอดเวลานะคะ

หนูรักแม่ค่ะ

 

นึกถึง

posted on 29 Nov 2009 11:16 by remember-sc  in feel

 

ฉันนึกถึงเธอในทางของฉัน

มิอาจควบคุมหรือจำนรรค์

ด้วยเหตุผลใด

 

นึกถึง

อาจเป็นเพียงความรู้สึกวาบแว่ว

เบาเบาแผ่วบาง .. แล้วจางเลือนก็เป็นได้

 

ไม่รุ่มร้อนเหมือนรัก ไม่แน่นหนักเหมือนคิดถึง

หากแต่ลึกซึ้งในความรู้สึก

 

นึกถึงเหมือนละอองเบาจาง

หากมีบางอย่างแสนดี บางอย่างที่ใจรื่นชื่นบาน

อุ่นอุ่นกรุ่นหวาน ลึกลึก

 

ฉันนึกถึงเธอในทางของฉัน

ไม่ต้องเกลียด ไม่ต้องรัก ไม่ต้องตระหนักต่อกัน

ว่า ณ มุมหนึ่งในโลกนั้น ฉันนึกถึง

Credit by "ปราย พันแสง

คิดถึง ระลึกถึง นึกถึง

 

 

 

ถ้าใครอ่านชอบหนังสือของคุณปราย พันแสง

คงคุ้นกับข้อเขียนดี ๆ นี้

ฉันชอบข้อเขียนนี้

อ่านซ้ำไป ซ้ำมา อย่างลึกซึ้ง

แค่มีเธอให้ฉันนึกถึง

แค่ยังอยู่บนโลกเดียวกัน

เหยียบอยู่บนพื้นดิน และ มองฟ้าผืนเดียวกัน

เพียงเท่านี้ สำหรับฉัน

 ก็มากพอนักแล้ว

 

 

เจ้าน้องชาย

ตราบใดที่แกยังว่ายน้ำไม่แข็งแรง

ย่อมเป็นธรรมดาที่แกต้องเรียนรู้ที่จะว่ายน้ำให้แข็ง

และว่ายให้เป็น ในวันต่อ ๆ ไป

ไม่มีใครอยากจมน้ำตาย

ทุกคนอยากว่ายน้ำเป็น  ด้วยสองขา สองแขนของตัวเอง

จงอดทน และต่อสู้

บนโลกใบนี้ ไม่ได้มีแค่น้ำนิ่งในสระว่ายน้ำเล็ก ๆ ให้แกได้หัดว่าย

แต่มันยังมีมหาสมุทรกว้างใหญ่  ที่พร้อมไปด้วยคลื่น มรสุมอีกมากมาย

รอให้แกไปเผชิญ 

ผ่านมันไปให้ได้นะ

 

ลมเย็น ๆ

posted on 23 Nov 2009 01:28 by remember-sc  in feel

 

 

สองสามวันผ่านมา

มีสายลมเย็น ๆ พัดผ่านมากระทบผิวเนื้อให้รู้สึก

ถึงการยังคงมีอยู่ของเลือดเนื้อในร่างกาย

 

ฉันยังไม่อยากเรียกมันว่า "ลมหนาว"

ถ้ายังเดินออกมาที่โล่งกว้างได้โดยยังไม่ต้องโอบกอดตัวเอง

ฉันถือว่ายังไหวอยู่  และ เป็นแค่ ลมเย็น  ๆ

สบายกาย สบายเนื้อ สบายตัวดี

 

ฉันชอบอากาศ อุณหภูมิประมาณนี้

เพราะร่างกายมีเลือดน้อยกว่าชาวบ้าน

ภูมิต้านทานความหนาวเหน็บเลยน้อยตาม

ถ้าหนาวมากไปกว่านี้  ร่างกายฉันปรับตัวไม่ค่อยไหว

 

พักหลัง ร่างกายอ่อนแอลงไปเยอะ

หัวใจก็อ่อนแอตาม  แต่ก็พยายามทำเป็นร่าเริงไปอย่างนั้น

 

....

 

จริง ๆ มีเรื่องราวให้เขียนมากมาย

แต่วันนี้ ร่างกายและความรู้สึกไม่เอื้ออำนวย

แข็งแรงเมื่อไหร่...

ฉันจะเขียนหัวใจให้ได้อ่านอีกครั้ง

...

 

 

 

 

 

คิดถึงเจ้าน้องชาย เหลือเกิน**